
วิธีทำสต๊อกอาหารเด็กด้วยบล็อกแช่แข็ง ปลอดภัย ประหยัดเวลา
สำหรับคุณแม่ยุคนี้ที่ต้องทั้งทำงานและดูแลลูก การตื่นมาทำอาหารเสริมสดใหม่ทุกมื้อแทบเป็นไปไม่ได้ การทำสต๊อกอาหารแช่แข็ง หรือที่คุณแม่หลายคนเรียกกันติดปากว่า ทำสต๊อกลูก จึงเป็นทางออกยอดนิยม เพราะใช้เวลาทำจริงจังแค่สัปดาห์ละครั้ง แต่ได้อาหารคุณภาพพร้อมอุ่นตลอดสัปดาห์ แถมคุมวัตถุดิบได้เองทุกช้อน
หลักการง่ายมาก คือปรุงอาหารสุกใหม่ปริมาณมากในคราวเดียว แบ่งใส่บล็อกแช่แข็งเป็นก้อนเล็ก ๆ พอดีมื้อ แล้วหยิบออกมาละลายและอุ่นร้อนเฉพาะที่จะใช้ ความเย็นจัดของช่องแข็งช่วยชะลอการเจริญของจุลินทรีย์ ทำให้เก็บอาหารได้นานโดยไม่ต้องใส่สารกันเสียใด ๆ
เตรียมอะไรบ้างก่อนเริ่มทำสต๊อก
อุปกรณ์ชิ้นหลักคือบล็อกแช่แข็งซิลิโคน Food Grade แบบมีฝาปิด ขนาดหลุมที่นิยมคือ 30-70 มิลลิลิตร อย่างบล็อกรุ่น Flower ของ Rabbit Yim มี 7 หลุม หลุมละ 35 มิลลิลิตร กำลังพอดีกับหนึ่งหน่วยอาหารของเด็กเริ่มอาหารเสริม ข้อดีของซิลิโคนคือทนได้ถึง -40 องศาเซลเซียส เนื้อนิ่มบิดแกะก้อนออกง่าย ไม่ต้องงัดจนอาหารแตกเหมือนถาดพลาสติกแข็ง และไม่ดูดกลิ่นอาหารง่ายเท่าพลาสติก
วัตถุดิบที่เหมาะกับการแช่แข็ง ได้แก่ ข้าวตุ๋น ซุปผัก ฟักทองบด มันหวานบด แครอทบด เนื้อสัตว์ปรุงสุกบด และน้ำซุปกระดูกหรือน้ำสต๊อกผัก ส่วนผักใบที่เนื้อบางมากและผลไม้สดบางชนิดเนื้อสัมผัสจะเปลี่ยนหลังละลาย แนะนำให้เตรียมสดเป็นมื้อ ๆ แทน
ขั้นตอนทำสต๊อกให้ปลอดภัย
หัวใจของความปลอดภัยคือความสะอาดและความเร็วในการลดอุณหภูมิ ทำตามลำดับนี้ได้เลยค่ะ
- ล้างมือ อุปกรณ์ และบล็อกแช่แข็งให้สะอาด ลวกหรือนึ่งฆ่าเชื้อบล็อกก่อนใช้
- ปรุงอาหารให้สุกทั่วถึง แล้วพักให้หายร้อนโดยเร็ว ไม่วางทิ้งไว้นอกตู้เย็นเกิน 2 ชั่วโมง
- ตักแบ่งใส่หลุมขณะอาหารอุ่น ปิดฝากันกลิ่นและน้ำแข็งเกาะ แล้วเข้าช่องแข็งทันที
- พอแข็งตัวดีแล้ว จะแกะก้อนย้ายใส่ถุงหรือกล่องปิดสนิท เขียนชื่อเมนูและวันที่ทำกำกับทุกครั้ง
- ใช้ระบบเข้าก่อน-ออกก่อน หยิบก้อนที่ทำก่อนมาใช้ก่อนเสมอ
เก็บได้นานแค่ไหน และละลายอย่างไรให้ถูกวิธี
อาหารเด็กแช่ในช่องแข็งตู้เย็นบ้านทั่วไป แนะนำให้ใช้ภายใน 1-2 เดือนเพื่อรสชาติและคุณค่าที่ดีที่สุด ส่วนที่ย้ายลงมาแช่ช่องเย็นธรรมดาควรใช้ภายใน 24-48 ชั่วโมง วิธีละลายที่ปลอดภัยคือย้ายลงช่องเย็นธรรมดาล่วงหน้าหนึ่งคืน หรืออุ่นจากแช่แข็งโดยตรงด้วยการนึ่ง ตุ๋น หรือไมโครเวฟจนร้อนทั่วถึง ห้ามวางละลายที่อุณหภูมิห้องเพราะเป็นช่วงอุณหภูมิที่เชื้อโรคเติบโตเร็ว
กฎเหล็กสองข้อที่ต้องจำคือ อาหารที่ละลายแล้วห้ามนำกลับไปแช่แข็งซ้ำ และอาหารที่อุ่นแล้วลูกกินเหลือในจานให้ทิ้ง ไม่เก็บต่อ เพราะน้ำลายลูกทำให้อาหารเสียเร็ว หากลูกมีอาการผิดปกติหลังทานอาหาร เช่น ถ่ายเหลวหรืออาเจียน ให้หยุดสต๊อกชุดนั้นและปรึกษากุมารแพทย์
ลองเริ่มจากเมนูง่าย ๆ อย่างฟักทองนึ่งบดกับน้ำซุปผักดูก่อน แล้วคุณแม่จะพบว่าเย็นวันธรรมดาที่เคยวุ่นวาย กลายเป็นแค่หยิบก้อนสต๊อกสองสามก้อนมาอุ่นรวมกัน ก็ได้มื้ออาหารอุ่น ๆ ให้ลูกแล้วค่ะ